No frames, no shameful links ไม่ใช้เฟรม ไม่แอบใส่ลิ้งค์โฆษณา
การใช้เฟรมจะเหมาะสำหรับเว็บไซต์บางประเภทเท่านั้น อาทิเช่น การทำระบบสารบัญ ตำราอ้างอิงเป็นต้น เว็บไซต์ของท่านอาจเหมาะกับการใช้เฟรม หากท่านมีลิ้งค์ไปสู่รายการย่อยนับร้อยๆ แห่ง แต่การใช้เฟรมมีข้อเสียอยู่มาก จึงไม่เป็นที่นิยมในการใช้งานทั่วไป เพราะนอกจากจะทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ต้องหงุดหงิดรำคาญใจแล้ว
ยังอาจทำให้ถูกล๊อคอยู่ในเฟรม เมื่อมีการเชื่อมโยงออกไปนอกเว็บไซต์ื ทำให้ไม่อยากกลับมาใช้บริการเว็บไซต์นั้นๆ อีกเลย
ท่านอาจมีคำถามว่า แล้วทำไมยังมีนักออกแบบจำนวนหนึ่ง ใช้เฟรมในการออกแบบเว็บไซต์ให้กับลูกค้าอยู่อีก คำตอบก็คือ ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยมาก เพียงแค่สร้างรูปแบบขึ้นมาเพียงหน้าเดียวเท่านั้นเอง ที่เหลือเป็นไฟล์ข้อความธรรมดา ก็โหลดขึ้นเว็บ และเก็บเงินท่านได้แล้ว แต่ผลเสียก็อย่างที่กล่าวเรียนให้ทราบแล้วนั้น
สถิติการใช้งานเว็บทั่วโลก ก็ได้แสดงให้เห็นว่า ความนิยมการใช้เฟรมได้ลดลงอย่างฮวบฮาบในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันมีเว็บไซต์เพียงแค่ร้อยละ 3 เท่านั้น ที่ยังคงใช้เฟรม
เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ในประเทศไทย ยังมีนักออกแบบจำนวนหนึ่ง นิยมใช้เฟรมในการพัฒนาเว็บไซต์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งถึงแม้จะคิดราคาค่าพัฒนาให้ถูกลงได้แล้ว ยังประหยัดเวลา
ในการแก้ไขภายหลังอีกด้วย แต่เนื่องจากผลเสีย มีมากกว่าผลดี @ ลุมพินี จึงไม่เอาเปรียบลูกค้าโดยการใช้เฟรมในการออกแบบเว็บไซต์ให้ลูกค้าของเรา
มีเว็บไซต์ที่พบเห็นโดยทั่วไป ที่ว่าจ้างบุคคลภายนอกออกแบบ มักจะถูกใส่ลิ้งค์กลับมายังเว็บไซต์ของผู้พัฒนาเอง เป็นการโชว์ผลงาน และหาลูกค้าใหม่ไปในตัว (designed by ...)
ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก ที่ลูกค้าต้องจ่ายเงินค่าพัฒนาให้กับผู้พัฒนา แต่ผู้พัฒนากลับใช้เว็บไซต์ของลูกค้า เป็นช่องทางในการหาผลประโยชน์เพิ่มเติม อย่างไม่มีวันจบสิ้น
ซึ่งจริงๆ แล้วการนำลิ้งค์ใดๆ ไปวางไว้บนเว็บไซต์ของลูกค้า ควรต้องมีการจ่ายค่าโฆษณาเป็นรายเดือนด้วยซ้ำไป แต่ลูกค้าก็มักจะละเลยที่จะรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ที่ไม่ยอมให้มีลิ้งค์
โฆษณามาไว้บนเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะเป็นของผู้ได้รับการว่าจ้างให้พัฒนาเองก็ตาม
@ ลุมพินี เรามีความเป็นมืออาชีพพอ ที่จะไม่กระทำการดังกล่าว ซึ่งเป็นการเอาเปรียบลูกค้าของเรา เราแสวงหาลูกค้าใหม่ ด้วยช่องทาง และความพยายามของเราเองทั้งหมด
|
|